Monday, December 3, 2007

meet me " Orchid "

ชื่อสามัญ Orchid

วงค์ ORCHIDACEAE

ลักษณะทั่วไปของกล้วยไม้

กล้วยไม้เป็นพืชใบเลี้ยงเดี่ยว มีลำต้นเป้นข้อปล้อง ผิวเปลือกเรียบบางสีเขียว การเจริญของลำต้นโดยการแยกหน่อออกจากข้อ กล้วยไม้บางชนิดเรียกส่วนของข้อและปล้องว่าลำลูกกล้วยบางชนิดมีระบบรากแบบกึ่งอากาศใบเรียงตัวสลับกันตามข้อลักษณะใบเรียบสีเขียว ขนาดของใบและลักษณะอื่น ๆ แตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์ ดอกออกเป็นช่อตามส่วนยอดหรือข้อของลำต้น ช่อหนึ่งมีดอกประมาณ 10-30 ดอก ลักษณะดอกมีเดือยอยู่ตรงกลาง กลีบดอกแยกออกเป็นส่วน ๆ เรียงตัวกันรอบเกสร มีกลีบดอกประมาณ 5 กลีบ ซึ่งมีสีสรรและขนาดของดอกแตกต่างกันไปตามชนิดพันธุ์


กล้วยไม้มี 4 สกุล คือ

ช้าง(Rhynchostylis)

กล้วยไม้สกุลช้างที่พบตามธรรมชาติมีเพียง 4 ชนิด คือ
ช้างป่า (Rhynchostylis gigantea), ไอยเรศหรือพวงมาลัย (Rhynchostylis retusa), เขาแกะ (Rhynchostylis coelestis) และ ช้างฟิลิปปินส์ (Rhynchostylis violacea)
สำหรับ 3 ชนิดแรกมีถิ่นกำเนิดในประเทศไทยและประเทศใกล้เคียง ส่วนช้างฟิลิปปินส์มีถิ่นกำเนิดอยู่ในประเทศฟิลิปปินส์

* ช้างป่า (Rhynchostylis gigantea)
ช้างกระ-ช้างเผือก-ช้างแดง
ช้างลูกผสม ช้างส้ม ลูกผสมช้างแดงกับช้างกระ และช้างแดงกับช้างเผือกตามลำดับจากซ้ายไปขวา

* ไอยเรศหรือพวงมาลัย
ไอยเรศเป็นกล้วยไม้ป่าพันธุ์แท้ที่มีถิ่นกำเนิดกระจายไปทั่วประเทศไทยและในประเทศศรีลังกา เนปาล ภูฎาน พม่า จีน ประเทศแถบอินโดจีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และหมู่เกาะบอร์เนียว ในประเทศไทยพบในป่าที่มีระดับความสูงตั้งแต่ประมาณ 150-1,200 เมตรจากระดับน้ำทะเล : ที่บ้านมีกอใหญ่ ๓ กอ อยู่ในกระถางไม้ใหญ่ตรงโต๊ะหินกลมหน้าบ้าน ๒ กระถาง อยู่บนครกโมงใกล้ต้นมะม่วงติดกับศาลพระภูมิ ๑ กระถาง อยู่ที่ต้นฝรั่ง ๑ กอ อยู่ที่ต้นมะม่วงหลังบ้านติดขอน ๑ กอ(ขนาดกลาง) อยู่ในกระถางดินและขอนไม้ตรงต้นเฟื่งฟ้าแถบชิงช้า อยู่ในกระถางดินแขวนอยู่ต้นเฟื่องฟ้าม้าหินกลมหน้าบ้านอีก ๑ นอกนั้นกระจัดกระจายเป็นต้นๆ ตามต้นมะม่วงและไม้ยืนต้นอื่นๆ

* เขาแกะ (Rhynchostylis coelestis)
เขาแกะมีถิ่นกำเนิดกระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทย มักพบขึ้นในป่าโปร่งผลัดใบ ทั้งในภูมิภาคที่เป็นภูเขาและที่ราบ เป็นกล้วยไม้ชนิดเดียวในสกุลช้างที่มีลักษณะช่อดอกตั้งขึ้น :
ช้างฟิลิปปินส์ (Rhynchostylis violacea)


กล้วยไม้สกุลกุหลาบ (Aerides)

เป็นกล้วยไม้ที่พบตามธรรมชาติในป่าทั่วทุกภาคของประเทศไทยและประเทศในแถบเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเกาะอาศัยอยู่ตามต้นไม้ อาจขึ้นเป็นต้นเดียวโดดๆ หรือขึ้นเป็นกลุ่มใหญ่ มีการเจริญเติบโตแบบฐานเดี่ยว บางต้นมียอดเดียว บางต้นแตกเป็นกอ มีหลายยอด เมื่อต้นสูงหรือยาวขึ้นจะห้อยย้อยลงมา แต่ปลายยอดยังคงชี้ขึ้นข้างบน ช่อดอกส่วนใหญ่โค้งปลายช่อห้อยลงมา รากเป็นระบบรากอากาศ ดอกมีขนาดปานกลาง มักมีกลิ่นหอม
กุหลาบเหลืองโคราช (Aerides houlettiana Rchb.), กุหลาบกระเป๋าปิด(Aerides odorata Lour) กุหลาบมาลัยแดง(Aerides multiflora Roxb), กุหลาบน่าน(Aerides rosea Lodd. ex Lindl. & Paxt. )
กุหลาบน่าน เป็นต้น


หวาย(Dendrobium)

กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นกล้วยไม้สกุลใหญ่ที่สุด มีการแพร่กระจายพันธุ์ออกไปในบริเวณกว้างทั้งในทวีปเอเซียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก นักพฤกษศาสตร์ได้จำแนกออกเป็นหมู่ประมาณ 20 หมู่ และรวบรวมกล้วยไม้ชนิดนี้ที่ค้นพบแล้วได้ประมาณ 1,000 ชนิดพันธุ์.....กล้วยไม้หวายป่าของไทยมีสีสวยงาม ก้านช่อสั้น สำหรับกล้วยไม้สกุลหวายที่เป็นกล้วยไม้อยู่ในป่าของไทย มีหลายชนิดอันได้แก่พวก “เอื้อง” ต่างๆ

เช่น เหลืองจันทบูรตาดำ ,เหลืองจันทบูร(Den. friedericksianum) ,เอื้องผึ้ง(Den. aggregatum),พวงหยก, หวายปม(Den. findlayanum),เอื้องช้างน้าว, เอื้องคำตาควาย(Den. pulchellum),เอื้องเงิน(Den. draconis),เอื้องสายประสาท, เอื้องสายน้ำผึ้ง(Den. primulinum),เอื้องเก๊ากิ่วแม่สะเรียง, เอื้องไม้ตึง,เอื้องแปรงสีฟัน(Den. secundum),เอื้องสายหลวง, เอื้องสาย(Den. anosmum),เอื้องครั่ง(Den. parishii),เอื้องคำ(Den. chrysotoxum),แววมยุรา(Den. fimbriatum),เอื้องปากนกแก้ว,เอื้องไม้เท้าฤาษี,เอื้องสายวิสูตร,เอื้องสายล่องแล่ง,เอื้องผึ้ง,เอื้องม่อนไข่, เอื้องม่อนไข่ใบมน(Den. thyrsiflorum),เอื้องเงินหลวง(Den. formosum),เอื้องเงินแดง(Den. cariniferum)
เอื้องมะลิ, แส้พระอินทร์(Den. crumenatum),เหลืองพิศมร , เอื้องนิมมานนรดี , หวายรวงผึ้ง,เอื้องสำเภางาม , เอื้องแปรงสีฟันพระอินทร์ , เอื้องจำปา , สายมรกต เป็นต้น


เข็ม(Ascocentrum)

สกุลเข็มได้สมญาว่าเป็น “ราชินีของกล้วยไม้แวนด้าแบบมินิหรือแบบกระเป๋า” เพราะเป็นกล้วยไม้ที่มีลักษณะเล็กทั้งขนาดต้น ช่อดอก ขนาดดอก และมีดอกที่มีสีสดใสสะดุดตามากกว่ากล้วยไม้อื่นๆ ในธรรมชาติพบกล้วยไม้สกุลนี้กระจายพันธุ์อยู่ในทวีปเอเชีย ตั้งแต่อินเดีย ศรีลังกา พม่า ไทย ลงไปถึงอินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ จัดเป็นกล้วยไม้ประเภทไม่แตกกอ มีการเจริญเติบโตขึ้นไปทางส่วนยอด....... ในประเทศไทยมีกล้วยไม้สกุลเข็มแท้อยู่ 4 ชนิดคือ เข็มแสด เข็มแดง เข็มม่วง และเข็มหนู แต่ที่มีบทบาทสำคัญในการผสมปรับปรุงพันธุ์ คือ เข็มแดง เข็มแสด และเข็มม่วง




การเป็นมงคลของกล้วยไม้

คนไทยโบราณเชื่อว่าบ้านใดปลูกต้นกล้วยไม้ไว้ประจำบ้านจะทำให้เกิดความประทับใจแก่บุคคลทั่วไปเพราะลักษณะดอกของกล้วยไม้แสดงถึงความงดงาม ประทับใจยิ่งแก่บุคคลทั่วไปที่ได้พบเห็น นอกจากนี้ยังมีความเชื่ออีกว่ายังช่วยทำให้คนในบ้านเป็นผู้มีจริยธรรม เพราะการดูแลกล้วยไม้ให้เกิดดอกที่สวยงาม ต้องเป็นผู้มีจิตใจ และอุปนิสัยเยือกเย็น มีความปราณีตและละเอียดละออ ยังมีกล้วยไม้บางชนิดได้รับการยกย่องให้เป็นราชินีกล้วยไม้ ได้แก่ กล้วยไม้ชื่อ คัทลียา (Catteya) ทั้งนี้เพราะมีความสวยงามมากเป็นที่ประทับใจแก่สังคมทั่วไป

ตำแหน่งที่ปลูกและผู้ปลูก

เพื่อเป็นสิริมงคลแก่บ้านและผู้อาศัยควรปลูกต้นไม้ไว้ทางทิศตะวันออกผู้ปลูกควรปลูกในวันพุธ เพราะโบราณเชื่อว่าการปลูกไม้เอาประโยชน์ ทั่วไปทาดอกให้ปลูกในวันพุธ ถ้าให้เป็นสิริมงคลยิ่งขึ้นผู้ปลูกควรเป็นผู้ใหญ่ที่ควรเคารพนับถือ และประกอบคุณงามความดีก็จะเป็นสิริมงคลมากยิ่งขึ้น


การปลูกกล้วยไม้ วิธีที่นิยมปลูกมี 2 วิธี คือ

1. การปลูกในกระถางเพื่อประดับภายในและภายนอกอาคาร ควรใช้กระถางทรงแบนแบบแหวนห้อยได้ จะเป็นกระถางไม้ หรือกระถางดินเผาก็ได้แต่ต้องเป็นชนิดที่โปร่งระบายน้ำได้ดีเพราะกล้วยไม้ใช้รากในการหายใจด้วยและยึดเกาะทรงต้นให้แข็ง แรงด้วยขนาดกระถางปลูก6-12นิ้วถ้าใช้กระถางทรงสูงก็ได้ต้องใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวปักไว้ตรงกลางกระถางเพื่อให้ รากยึดเกาะสำหรับวัสดุที่ใช้ปลูกนั้นได้แก่ดินผสมพิเศษหรือกาบมะพร้าวซึ่งลักษณะการปลูกขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ถ้าใช้เพื่อประดาบ ภายในอาคาร ควรให้ได้รับแสงบ้างอย่างน้อย 3 - 5 วันต่อครั้ง2.การปลูกในแปลงปลูกเพื่อประดับบริเวณบ้านและสวนนิยมใช้ไม้หลักที่หุ้มด้วยกาบมะพร้าวเพื่อให้รากยึกเกาะจะปลูกในแปลงปลูก บริเวณบ้าน หรือทำเป็นสวนขนาดใหญ่ก็ได้ส่วนการปลูกแบบให้เกาะกับต้นไม้อื่นเช่นต้นไม้ยืนต้นวิธีปลูกโดยนำเอากาบมะพร้าว มาห่อหุ้มส่วนรากหรือโคนของกล้วยไม้เอาไว้ เพื่อให้ยึดติดกับต้นไม้ยืนต้นนั้นไว้ การปลูกแบบนี้ขึ้นอยู่กับชนิดพันธุ์ด้วย


การดูแลรักษากล้วยไม้

แสง ต้องการแสงแดดรำไร หรือปานกลาง
น้ำ ต้องการปริมาณน้ำปานกลาง ควรให้น้ำ 3 - 5 วัน / ครั้ง
ดิน ดินผสมพิเศษ กาบมะพร้าว
ปุ๋ย ปุ๋ยอินทรีย์ผสมพิเศษ หรือปุ๋ยเคมี สูตร 10-10-10 5-10-5 อัตราและคำแนะนำระบุไว้ตามฉลาก
ละลายน้ำฉีดพ่นตาม ใบ ควรให้ 1 - 2 เดือน / ครั้ง
การขยายพันธุ์ การแยกหน่อ การปักชำ การเพาะเนื้อเยื่อ

1. โรคเน่าดำ (Black not disease)

อาการ ใบและลำต้นมีรอยเป็นสีดำ ต่อมาทำให้ใบเหี่ยวหลุดร่วง
การป้องกัน - อย่าให้น้ำแฉะเกินไป
- รักษาความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องมือปลูก
การรักษา ตัดหรือทำลายส่วนที่เป็นโรคทิ้ง หรือใช้ 8 ไฮดร๊อคซี่ควิโนลิ่น ซัลเฟต อัตราส่วนและคำ แนะนำระบุไว้ตามฉลาก
2.โรคเหี่ยว Fusarium wilt
อาการ ใบและลำต้น มีสีเหลืองซีด แห้ง บิดงอ
การป้องกัน - อย่าให้น้ำแฉะหรือมากเกินไป
- รักษาความสะอาดอุปกรณ์และเครื่องปลูก
การรักษา นำต้นที่เป็นโรคเผาทำลาย
ศัตรู เพลี้ยไฟ
อาการ กลีบดอกแห้งและร่วง
การป้องกัน ใช้ยาคลอเดน 75% อัตราและคำแนะนำการใช้ระบุไว้ตามฉลากฉีดพ่น บริเวณใบและดอก ขณะดอกยังตูม
การกำจัด ใช้ยานิโคตินซัลเฟต 40% อัตราและคำแนะนำการใช้ระบุไว้ตามฉลาก

กล้วยไม้ที่ Popular

กล้วยไม้ในประเทศไทยมีความหลากหลายทางชีวภาพ ประเทศไทยเป็นแหล่งกำเนิดกล้วยไม้ที่สำคัญแห่งหนึ่งของโลก ไทยมีกล้วยไม้ป่าชนิดต่างๆ ไม่ต่ำกว่า 1,000 ชนิด ทั้งชนิดที่เป็นช่อดอกรวมกนหลายๆดอก และชนิดดอกเดี่ยว แต่ละชนิดมีชื่อเรียกต่างๆกันมากมาย เช่น แวนด้า หวายต่างๆ เอื้องต่างๆ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้ผสมพันธุ์ใหม่ๆ ขึ้นมาอีกมากมาย กล้วยไม้ในบ้านเรามีการส่งออกไปจำหน่ายต่างประเทศ มูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นทุกๆปีอย่างต่อเนื่อง
กล้วยไม้ลูกผสม พันธุ์การค้าที่น่าสนใจ ดอกสวย มีหลากหลายสกุลและพันธุ์ ดังนี้

สกุล Aerides เช่น
1. Aer.lawrenceae X V.Pornpimol กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบสีชมพู ปากสีชมพู บานเย็น
2. Aer.lawrenceae X Ascda Blue Boy กลีบดอกสีม่วงแดง

สกุล Dendrobium เช่น
1. Den. Tay Swee Keng กลีบดอกสีบานเย็นเข้มทั้งกลีบ
2. Den.RungrojX Den.Chao Praya River สีชมพูเข้มทั้งกลีบดอก
3. Den. Jelila กลีบดอกสีขาว ปลายกลีบมีสีชมพูปนเล็กน้อย ปากสีชมพูเข้มชัดเจน
4. Den. Buranagreen กลีบดอกทั้งดอกสีเขียวอ่อน ปากสีแดง
5. Den. Thongchai Gold กลีบดอกสีเหลือง ปากสีแดง
6. Den. Thailand X Den.Samut Songkram กลีบดอกสีชมพูเข้มทั้งกลีบ และปาก
7. Den.Chao Praya Candy พื้นกลีบดอกสีขาว มีลายเส้นสีชมพูตามเส้นเวนของกลีบดอก ด้านในกลีบของปากสีชมพูเข้ม

สกุล Mokara
1. Mok.Chao Praya Gold No.
2 กลีบดอกสีเหลืองทองทั้งดอก 2. Mok. Five Friendships Gold ดอกสีเหลืองทั้งดอก มีจุดเล็กๆสีแดงกระจายทั่วกลีบ (กลีบด้านใน)
3. Mok.Dianah Shore กลีบดอกสีแดงทั้งกลีบ
4. Mok.Sayan X Ascda Pralor, Asctm miniatum

สกุล Renanthera เช่น Ren. Kalsum กลีบดอกสีแดงเข้ม

สุกล Aranda เช่น Aranda Prapin ดอกสีขาวมีลายจุดประสีชมพู กระจายทั่วกลีบ ปากแดงอมชมพู

สกุล Rhynchostylis เช่น
1.Rhy.Sri Siam X Rhy. gigatea 'Red' ดอกสีบานเย็นเข้ม
2.Rhy.gigantea 'Alba' X Ascda Bangkhuntian Gold ดอกสีเหลืองเข้มทั้งกลีบดอกและปาก

สกุล Cattleya เช่น
1. Penny Kuroda X C Fitz Eugene Dixon กลีบดอกสีชมพู ปากสีชมพู
2. Eleanor Spicer' White Buquet' ดอกสีขาว กลีบดอกใหญ่ ปากสีขาวแต้มสีเหลืองอยู่ด้านในกลีบ

สกุล Vanda เช่น
1. Thow Pee Yen 'Pink' ดอกสีชมพู มีสีขาวปนเล็กน้อย มีลายสมุกชมพูเข้ม
2. Miss Joaquim ' Antherton' ดอกสีชมพูอ่อน กลีบปากสีชมพูเข้ม แต้มสีเหลืองด้านในติดเส้าเกสร

สกุล Ascocenda
1.Ascda Thai Spots ดอกสีเหลือง แต่มีจุดเล็กๆสีแดง ประปรายทั่วกลีบดอกด้านใน
2.Ascda Fuchs Harvest Moon ดอกสีเหลืองทั้งดอก ปากสีเหลือง


เอกสารอ้างอิง
Prapin Uaprayoonvong. Chao Praya Orchid Nursery Ltd., Part. Pathumthani.
มาลินี อนุพันธ์สกุล. 2542. กล้วยไม้. พิมพ์ครั้งที่ 3 .สำนักพิมพ์เกษตรบุ๊ค. กรุงเทพฯ. 120 น.